Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ท่องเที่ยว
ผู้สูงอายุ
กราบพระพุทธรูปวัดท่าไชยศิริ ชมโบราณวัตถุสมัยลพบุรี
เป็นวัดเล็กๆ ริมแม่น้ำเพชรบุรี เดิมทีเดียววัดนี้ชื่อว่าวัดใต้
 
กราบพระพุทธรูปวัดท่าไชยศิริ ชมโบราณวัตถุสมัยลพบุรี

 

วัดท่าไชยศิริ   ตั้งอยู่ หมู่ที่ 1  บ้านสิงขร  ตำบลสมอพลือ  อำเภอบ้านลาด  จังหวัดเพชรบุรี   วัดท่าไชยศิริ เป็นวัดเล็ก ๆริมแม่น้ำเพชรบุรี

 

 
       เดิมทีเดียววัดนี้ชื่อว่า  วัดใต้ เพราะอยู่ด้านใต้ของลำน้ำแม่น้ำเพชรบุรีเหนือน้ำขึ้นไปเป็นที่ตั้งวัดกลาง  และวัดเหนือ ทั้ง  3  วัดมีอาณาเขตติดต่อกัน วัดกลางและวัดเหนือปัจจุบันเป็นวัดร้าง  เล่ากันว่าครั้งหนึ่งกองทหารไทยถูกข้าศึกตีถอยร่นมาตั้งหลักอยู่ที่วัดนี้ เมื่อทหารไทยถอยมาถึงวัดใต้ได้ลงไปอาบและดื่มน้ำที่ท่าวัดให้หายเหนื่อยเพื่อเตรียมสู้กับพม่าต่อไป   ได้อาศัยน้ำอันใสสะอาด จากแม่น้ำเพชรที่ท่าน้ำหน้าวัดดื่มกินและประพรมร่างกาย พอทหารไทยขึ้นจากท่าน้ำพม่าก็ตามมาทันพอดี  จึงเกิดการสู้รบกันขึ้นถึงขั้นตลุมบอนในวัด  จนพม่าแตกพ่ายหนีไป  มีบางส่วนเข้าไปในโบสถ์  ทหารได้ตามไปต่อสู้ในโบสถ์จนมีคราบเลือดติดผนังโบสถ์  ต่อมาเมื่อมีการปฏิสังขรณ์คราบเลือดได้ลบเลือนไป  
 
 
 
 
 
 
 
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทหารไทยกลับมีชัยชนะต่อข้าศึกวัดจึงได้ชื่อใหม่ว่าวัดไชย ส่วนคำว่าศิริสันนิษฐานว่าคงเติมในภายหลัง เมื่อประมาณ  50 – 60  ปีมานี้เอง
 
 
 
โบราณวัตถุที่สักการะ
 
      เป็นพระยืนสวมชฎาเทริดพระกรรณแบบพระพุทธรูปยอดป้านแบบพระลพบุรีทั่วไปห่มคลุมแบบพระร่วงไม่มีสังฆาฎิ    พระพุทธรูปสำคัญสมัยสุโขทัยต้น ๆ    คือพระประธานในโบสถ์เป็นพระยืนปางห้ามพยาธิ ห้ามโรคห้ามภัย ทำจากสำริด อายุ 700 ปี ใบหน้าหวาน      ซึ่งเป็นของแปลกไม่เหมือนวัดทั่วไป  เพราะตามปกติพระประธานในโบสถ์หรือวิหารจะเป็นพระในอิริยาบถนั่ง  ปางที่นิยมมาก   คือ ปางมารวิชัย   พระประธานยืนนี้พบว่ามีเพียง  3  แห่งเท่านั้น คือพระประธานในพระอุโบสถวัดเครือวัลย์วรวิหาร กรุงเทพฯ ปติมากรรมแบบอยุธยา  สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์   พระประธานในพระอุโบสถวัดเสาธงทอง   ลพบุรี   ศิลปสมัยอยุธยาตอนต้น     และพระประธานในพระอุโบสถวัดท่าไชยศิริ จังหวัดเพชรบุรี  ศิลปสมัยลพบุรี  รุ่นหลัง  วัดแรกอาจเอาอย่างวัดท่าไชยศิริเพราะศิลปเก่ากว่า
 
 
 
 
 
 
            
ศาลาเครื่องไม้
 
สร้างเมื่อ ร.ศ ๑๓๐ เป็นไม้สักตลอดทั้งหลัง เป็นรูปแบบของศาลาที่เรียกกันว่า “ศาลาอกแตก”
ท่าน้ำวัดท่าไชยศิริมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ
 
1.  เป็นที่ตักน้ำเพื่อนำไปใช้ในพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธีอื่น ๆ รวมทั้งพิธีกรรมทางศาสนา
2.  เป็นที่ที่พระมหากษัตริย์ไทยใช้เป็นน้ำเสวยและน้ำสรง ถึงสามรัชกาลคือในรัชกาลที่ ๔  , รัชกาลที่  ๕ , รัชกาลที่  ๖ รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ก็ใช้น้ำที่วัดท่าไชยศิริเช่นกัน
 
      การใช้น้ำเพชรในพระราชพิธีต่าง  ๆ นั้น    คงจะใช้กันมานาน  แต่ยังหาหลักฐานไม่ได้ว่า เริ่มมีแต่เมื่อใด
แต่ตามธรรมเนียมพระราชพิธีของไทยนั้น   นิยมใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระทั้ง  4  และแม่น้ำทั้ง  5       โดยเฉพาะแม่น้ำทั้ง  5  นั้น   รวมแม่น้ำเพชรอยู่ด้วย คือ  แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำท่าจีน     แม่น้ำแม่กลอง  แม่น้ำบางปะกง  และแม่น้ำเพชรบุรี    สำหรับแม่น้ำเพชรบุรีนั้น   จะเจาะจงตักที่ท่าน้ำวัดท่าไชยศิริ  และนำไปประกอบพิธีที่วัดมหาธาตุวรวิหาร  ก่อนส่งเข้าไปประกอบพิธีที่กรุงเทพฯ ต่อไป
 
     น้ำที่ใช้ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่หาหลักฐานได้         เป็นสารตราของทางราชการสั่งให้เจ้าเมืองเพชรบุรีตักน้ำเพชรไปใช้ในพิธีบรมราชาภิเษก   มีตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    เป็นต้นมา     และวันที่  5  ธันวาคม 2530    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่  ๙  ได้มีพิธีเตรียมน้ำศักดิ์สิทธิ์  เช่นกัน.
 
      
 
เหมาะแก่การพาญาติผู้ใหญ่ หรือ ผู้สูงอายุไปท่องเที่ยว
 
ทีมงาน DSLOW.COM
 
สำหรับคุณ

เปิดกรุเพลงเก่า

ท่องเที่ยว


เบาสบายที่บ้านหอมเทียน

สูดรับบรรยากาศเบาสบายใน ?บ้านหอมเทียน? ชมแสงเทียนรูปร่างเฉิดฉาย ด้วยดีไซน์เก๋ไก๋ให้นักท่องเที่ยวเลือกชอป ไว้ตกแต่งบ้าน หรือเป็นของฝากเป็นที่ระลึก ถือเป็นงานหัตถกรรมที่สวยงาม
 
 

ท่องเที่ยว


วิหารหลวงพ่อสด

เที่ยวอ่างทองวิหารหลวงพ่อสด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ลงรักปิดทองคำเหลืองอร่าม มีความงดงามมาก ณ วัดจันทรังษี
หนังสือ ผู้สูงอายุ คนแก่ คนชรา อุปกรณ์ รถเข็น
แนะนำติชม